สวนเฉลิมภัทรราชินี

“ สวนเฉลิมภัทรราชินี ” เป็นสิ่งก่อสร้างใหม่เมื่อไม่กี่ปีมานี้ เนื่องด้วยที่ดินเรือนจำจังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งเป็นสถานที่คุมขังนักโทษมานานร่วม ๑๐๐ กว่าปี เมื่อราว ๖๐ – ๗๐ ปี ถือว่าอยู่นอกเขตชุมชน ปัจจุบันชุมชนเติบโตไปอย่างรวดเร็วเมื่อ ๒๐ ปีมานี้ เรือนจำจึงกลายเป็นอยู่ท่ามกลางเขตชุมชน ไม่เป็นการเหมาะสมเป็นอย่างยิ่ง จึงทำให้จำเป็นต้องย้ายไปอยู่นอกเขตชุมชน

สวนเฉลิมภัทรราชินี

พ.ณ.ท่านบรรหาร ศิลปะอาชา อดีตนายกรัฐมนตรี ส.ส. สุพรรณบุรี ซึ่งเคยเดินทางไปต่างประเทศทั่วโลก เห็นเมืองต่างๆของหลายประเทศมีหอคอยสูงและมีสวนสาธารณะ เพื่อให้ประชาชนผักผ่อนหย่อนใจแก่ชาวตลาดสุพรรณบุรี จึงปรึกษาหารือกับ จังหวัดสุพรรณบุรีสร้างเป็นสวน และหอคอยสูง เพราะที่ดินดังกล่าวนี้เป็นราชพัสดุของเทศบาลเมืองสุพรรณบุรี และเป็นทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์เป็นบางส่วน เมื่อเป็นที่ตกลงจึงสร้างเป็นสวน และหอคอยขึ้นด้วยเงินจากมูลนิธิ “บรรหารแจ่มใส” โดยพ.ณ.ท่านบรรหารศิลปะอาชา เป็นผู้ให้รูปแบบทั้งหมด ออกแบบโดย ผ.ศ.เดชา บุญค้ำ และ คณะ แห่งคณะสถาปัตยกรรมฯ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย บริษัทอิตาเลียนไทยเป็นผู้ดำเนินการรับเหมาก่อสร้าง ภายใต้การควบคุมการก่อสร้างของกรมโยธาธิการ

พื้นที่ภายในสวนภัทร

 

เรือนจำจึงถูกย้ายไปอยู่กลางทุ่งนา ตำบลท่าระหัด อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี ลึกเข้าไปจากถนนสาย สุพรรณ-กรุงเทพฯประมาณ ๒๐๐ เมตร เมื่อวันที่ ๘ มีนาคม พ.. ๒๕๓๓ เริ่มลงเมื่อก่อสร้างหอคอยและสวนเมื่อเดือน มิถุนายน ๒๕๓๓ กว่าจะแล้วเสร็จเรียบร้อยในเดือนตุลาคม พ.ศ. ๒๕๓๗ ใช้งบการก่อสร้างรวมทั้งหมด ๒๕๐ ล้านบาท

หอคอยเป็นรูปทรงกลม มีความสูงทั้งสิ้น ๑๒๓.๒๕ เมตร ฐานกว้าง ๓๐ เมตร มีลิฟต์ขึ้นลง ๒ ตัว มีอาคาร ๔ ชั้นและดาดฟ้าไว้ชมวิว ติดระบบสื่อสารต่างๆ เมื่อต้องการถ่ายถอดสดโทรทัศน์ภายในอาคารแต่ละชั้นมีสิ่งต่างๆดังนี้

ชั้นล่าง กว้าง ๓๐ เมตรจำหน่ายของที่ระลึก และภาพวาดขุนช้าง-ขุนแผน อันเป็นวรรณกรรมเลื่องชื่อของจังหวัดสุพรรณบุรีวาดโดย อาจารย์ อุดมลักษณ์ ทรงสุวรรณ แห่งกองหัตถศิลป์ กรมศิลปากร มูลค่าภาพละ ๖๐,๐๐๐ บาท จำนวน ๑๘ ภาพ เป็นเงิน ๑,๐๘๐,๐๐๐ บาท

ชั้นที่ ๒ สูง ๓๙.๗๕ เมตร กว้าง ๒๐ เมตรเป็นที่ชมวิวและจำหน่ายอาหารว่าง เครื่องดื่ม

ชั้นที่ ๓ สูง ๖๖.๗๕ เมตร กว้าง ๒๐ เมตร เป็นชั้นชมวิวและจำหน่ายของที่ระลึก

ชั้น ๔ สูง ๗๒.๗๕ เมตร เป็นชั้นชมวิว มีกล้องส่องทางไกล สำหรับส่องดูภูมิประเทศโดยรอบ จำนวน ๓ ตัว โดยใช้เหริยญ ๑๐ บาทหยอด ผนังรอบภายในมีภาพประวัติสำเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงกระทำยุทธหัตถีกับพระมหาอุปราชา วาดโดย อาจารย์ พิชัย นิรันต์ แห่งกองหัตถศิลป์ กรมศิลปากร จำนวน ๗ ภาพ มูลค่าภาพละ ๒๐๐,๐๐๐ บาท

ชั้นดาดฟ้า สูง ๗๘.๗๕ เมตรสำหรับออกไปเดินชมวิวภายนอกอาคารรวมทั้งใช้ติดตั้งระบบสื่อสารเมื่อต้องการใช้ เช่น การถ่ายทอดสดโทรทัศน์

ในสวนยังมีสไลเดอร์สำหรับเด็กๆไปเล่นสนุกเพื่อหาความเพลิดเพลินอีกหลายราง ดังนี้

รางแรก มีชื่อว่า River Run หรือไหลลงแม่น้ำ กว้าง ๒๐ เมตร ยาว ๘๒ เมตร

รางที่ ๒ มีชื่อว่า Giant slider หรือสไลเดอร์ยักษ์ กว้าง ๑.๐๐ เมตร ยาว ๒๕ เมตร

รางที่ ๓ มีชื่อว่า Agar slider หรือท่อน้ำ เป็นท่อกลมโปร่งแสง กว้าง ๘๑ เซนติเมตร ยาว ๒๕ เซนติเมตร

และยังมีสไลเดอร์จิ๋วสำหรับเด็กเล็กอีก ๒ ชุด ยาว ๓.๑๐ เมตร กับสไลเดอร์กระดานลื่น ยาว ๘ เมตร มีเต่ายักษ์ กบ ช้าง เห็ด ที่อาบน้ำ มูลนิธิบรรหารแจ่มใส ซื้อมาจากประเทศแคนนาดา ๓๐ ล้านบาท รวมค่าก่อสร้างอื่นๆเป็นจำนวนเงิน ๔๐ ล้านบาทไม่เพียงเท่านั้นยังมีสนามเด็กเล่น ศูนย์อาหาร อาคารผลงาน อาคารมูลนิธิ น้ำพุกว้าง ๑๐ เมตร ยาว ๑๘.๕๐ เมตร

รูปแบบการตกแต่งสวน

 

ปัจจุบันสวนเฉลิมราชินีเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งหนึ่งของจังหวัดสุพรรณบุรี ประชาชนชาวต่างจังหวัดมาขึ้นชมเป็นประจำ เพื่อส่องกล้องทางไกลสามารถมองเห็นองค์พระเจดีย์อนุสรณ์ดอนเจดีย์พระพุทธรูปพระพุทธโคดมวัดไผ่โรงวัว และทิวเขาด้านตะวันตกของอู่ทอง ขณะนี้อยู่ในความดูแลของเทศบาลเมืองสุพรรณบุรี ถือเป็นสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ชิ้นเอกของจังหวัดสุพรรณบุรี

เยาวราช ไชน่าทาวน์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก

หากพูดถึงแหล่งท่องเที่ยวแหล่งที่พักอาศัย หรือที่หลายคนเรียกที่ดินย่านคนจีนนั้น สถานที่แรกที่หลายท่านนึกถึงคือ เยาวราช แหล่งภัตตาคารหรูชื่อดัง แหล่งซื้อขายรังนกที่ดีที่สุด แหล่ง ชอป ชิม อาหารจีนชั้นเลิศ หูฉลามชื่อดัง แต่หลายคนอาจจะไม่รู้ว่าที่ดินนี้ถูกจัดอันดับว่าเป็นไชน่าทาวน์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ตลอดเส้นทางถนนที่เป็นทอดยาวเป็นระยะทางกว่า 1 กิโลเมตร จนได้รับฉายาว่าเป็น ถนนมังกร  สองข้างทางเต็มไปด้วยร้านอาหาร ร้านค้า ของกินมากมาย ซึ่งบางอย่างหากินแค่ในเยาวราชเท่านั้น  ไม่เพียงเท่านั้น เยาวราชยังเป็นที่ตั้งของร้านทองที่มีอยู่ป็นจำนวนถึง 132 ร้าน มีทั้งร้านทองชื่อดังที่สุดในประเทศ และร้านทองที่เก่าแกที่สุดจนสามารถจัดตั้งเป็นพิพิธภัณฑ์ทองคำได้ ซึ่งร้านทองที่มีชื่อสียงโด่งดัง และสร้างความน่าเชื่อถือให้กับผู้ซื้อได้มากที่สุดนั่นก็คือ ร้านทองฮั่วเซ่งเฮง และร้านที่เกาแก่ที่สุดในย่านนี้ซึ่งก็คือร้านทองตั้งโต๊ะกังที่มีอายุมากกว่า 140 ปีและได้เปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ทองคำตั้งโต๊ะกังอีกด้วย และนอกจากนี้ยังมีร้านทองชื่อดังอีก3แห่งที่คนส่วนมากรู้จักและนิยม เช่น ร้านทองจินฮั่วเฮง ร้านทองเลี่ยงเซ่งเฮง ร้านทองพรีม่าโกล  นอกจากร้านขายทองแล้ว เยาวราชยังมีร้านขายยาที่ขึ้นชื่อในด้านสูตรยาจีนโบราณและร้านขายอยู่ที่เปิดบริการมามากกว่า 100 ปีนั่นก็คือร้านเวชพงศ์โอสถ (ฮกอันตึ้ง )และร้านสมุนไพรจีนตำรับฮ่องเต้ 300 ปี ถงเยิ๋นถัง ซึ่งร้านนี้เป็นร้านที่สืบทอดศาสตร์การแพทย์แผนจีนและสมุนไพรจีนอันดับต้นๆในเมืองจีนแผ่นดินใหญ่

เยาวราชไม่ใช่ว่าจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวยามค่ำคืนเพียงอย่างเดียวแต่ยังสามารถช้อปสินค้าในช่วงเวลากลางวันได้อีกด้วยซึ่งมีสถานที่ที่หลายๆคนไม่ควรพลาดและเป็นสถานที่ที่มีคนเยอะมากจริงๆยิ่งโดยเฉพาะช่วงวันหยุดซึ่งก็คือ คลองถมแหล่งขายสินค้าหลากหลายชนิดราคาถูกนำเข้าโดยตรงจากจีน เสือป่าแหล่งอุปกรณ์วัสดุโทรศัพท์มือถือทุกชนิด  สำเพ็งแหล่งขายส่งสินค้าหลายอย่าง พาหุรัดแหล่งค้าผ้าชื่อดัง และสิ่งที่ไม่ควรพลาดหากได้เดินทางไปเยือนเยาวราชนั่นก็คือการไปไหว้พระ สะเดาะเคราะห์ ขอพร เสริมดวงชะตาได้ที่วัดเล่งเน่ยยี่หรือที่รู้จักในภาษาไทยว่า วัดมังกรกมลาวาส วัดจีนชื่อดังในการแก้ปีชงและขอพรเทพเจ้าจีน

หากวันหยุดสำหรับท่านที่ยังคิดไม่ออกว่าจะไปเทียวพักผ่อนที่ไหนลองดูไชน่าทาวน์แห่งนี้ไว้เป็นตัวเลือกสำหรับท่านและครอบครัว รับรองท่านจะได้บรรยาศเหมือนดูทางไปท่องเทียวในเมืองจีนกันเลยทีเดียว

Thailand China Townเยาวราช